วิธีใช้ยาแก้ปวด ลดไข้

ยาแก้ปวดลดไข้

ยาแก้ปวดลดไข้ ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ไว้ใช้ในการลดไข้และบรรเทาอาการปวดทุกชนิด อาทิ ปวดหัว ปวดข้อ ปวดประจำเดือน เป็นต้น ซึ่งตัวยาที่นิยมใช้ก็มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ 1) พาราเซตามอล 2) แอสไพริน ซึ่งยาแต่ละตัวก็มีสรรพคุณที่เหมือนและแตกต่างกันออกไป และเหมาะสำหรับการใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการแตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน

สรรพคุณของยาแก้ปวดลดไข้แต่ละชนิด
พาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาที่มีสรรพคุณในการลดไข้ แก้ตัวร้อน และลดอาการปวดทุกชนิด เป็นยาที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรง จึงถูกนำมาใช้กับคนทุกเพศทุกวัยและมักมีเอาไว้ประจำบ้านหรือที่เรียกว่ายาสามัญประจำบ้าน ซึ่งยี่ห้อยาที่เป็นตัวยาพาราเซตามอลที่รู้จักกันทั่วไป ก็ได้แก่ ซาร่า ไทลินอล พาราเซต พารามอล เป็นต้น

แอสไพริน (Aspirin) เป็นยาที่มีสรรพคุณเช่นเดียวกันกับพาราเซตามอลและยังมีฤทธิ์ป้องกันลิ่มเลือด ซึ่งทำให้หลอดเลือดอุดตัน และยังมีฤทธิ์คล้ายยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์อีกด้วย แต่เป็นยาที่ไม่ควรซื้อมาใช้แบบทั่วไป และไม่ควรซื้อมาเก็บเอาไว้ในบ้าน ควรเลือกพาราเซตามอลเป็นยาสามัญประจำบ้านแทนจะเหมาะสมกับคนในบ้านมากกว่า

แอสไพริน (Aspirin)

วิธีใช้
ผู้ใหญ่ ครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ให้รับประทานหลังอาหารทันที และดื่มน้ำตามมากๆ

ข้อควรระวัง
1. ห้ามใช้ใน เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และหญิงมีครรภ์ในระยะใกล้คลอด
2. ห้ามใช้ในผู้ป่วยไข้เลือดออก
3. ห้ามใช้ในผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคแผลในระบบทางเดินอาหาร และโรคหอบหืด
4. ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีประวัติเลือดไหลแล้วหยุดยาก
5. ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะแพ้ยา หรือมีอาการแทรกซ้อนจากยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และได้ยินเสียงในหู ให้หยุดใช้ยาทันที

ยาแก้ปวดลดไข้

พาราเซตามอล (Paracetamol)
ชนิดเม็ด ขนาดเม็ดละ 500 มก. และ 325 มก. ชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก ขนาดยา 120 มก. ต่อช้อนชา

  • เด็กอายุ 3-6 ปี ครั้งละ 1 ช้อนชา ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • เด็กอายุ 1-3 ปี ครั้งละ ครึ่ง ช้อนชา ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • ข้อควรระวัง
    1. ไม่ใช้ติดต่อกันนานเกิน 5 วัน เนื่องจากอาจมีพิษต่อตับได้
    2. ไม่ใช้ในผู้ที่เป็นโรคตับ หรือโรคพิษสุราเรื้อรัง

    วิธีลดไข้
    เช็ดตัวบริเวณซอกคอ ซอกรักแร้ และขาหนีบบ่อยๆ ประมาณ 15-30 นาที จะช่วยลดไข้ได้เป็นอย่างดี