ข้อควรระวังในการใช้ยาสามัญประจำบ้าน

ข้อควรระวังในการใช้ยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง

แม้ว่ายาจะเป็นสิ่งที่ช่วยในการรักษาโรค เเต่หากว่าใช้ยาโดยไม่ถูกหลักหรือใช้ยาผิดประเภทก็อาจเกิดผลเสียกับร่างกายได้มากกว่าผลดีได้ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ การนำยาสามัญประจำบ้านมารักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพเเละไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ คือผู้ใช้ต้องคำนึงถึงข้อควรระวังในการใช้ยา ซึ่งมีดังนี้

1.ใช้ยาให้ถูกโรค หรือถูกขนาน
การใช้ยาที่ถูกต้องนั้นก่อนที่จะใช้ยาสามัญประจำบ้านมารักษาอาการต่างๆ ควรศึกษาก่อนว่าอาการนั้นเกิดจากสาเหตุใด
และควรใช้ยาขนานใดให้ตรงกับอาการนั้น เช่น ปวดท้อง เป็นเพราะท้องผูกหรือท้องเสีย หรืออาหารไม่ย่อย เป็นต้น การใช้ยาแก้ปวดท้องจากสาเหตุต่างๆ ซึ่งไม่เหมือนกัน

2.ใช้ยาให้ถูกกับบุคคล
ซึ่งปฏิกิริยาการตอบสนองต่อยาในแต่ละบุคคลจะต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อต่างเพศเเละต่างวัย ซึ่งเด็กเเละคนชราจะตอบสนองต่อยาได้ดีมากกว่าคนที่เป็นวัยกลางคน ยาบางชนิดเป็นยาที่สามารถใช้ได้กับเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น บางชนิดห้ามเด็กและสตรีมีครรภ์ใช้ยา หากใช้ยาโดยไม่คำนึงถึงข้อควรระวังในการใช้ยา เเละไม่ถูกกับบุคคลอาจทำให้เกิดอันตรายได้

3.ใช้ยาให้ถูกขนาด เเละตรงกับขนาดที่ระบุเท่านั้น ยาบางชนิดต้องใช้ยาต่อเนื่องเเละสม่ำเสมอจนกว่ายานั้นจะหมด ข้อนี้ถือว่าเป็นข้ัอสำคัญที่สุดของข้อควรระวังในการใช้ยาเพราะว่า ยาบางชนิดหากใช้มากเกินไปก็เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

4. ใช้ยาให้ถูกเวลา
-ยาก่อนอาหาร ต้องรับประทานยาตอนท้องว่าง ซึ่งต้องรับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยในการดูดซึมยาผ่านผนังกระเพาะอาหารเข้าสู่เส้นเลือดได้ดี
-หลังอาหาร จะรับประทานยานั้นภายหลังการรับประทานอาหารไปแล้วนานเท่าใดก็ได้ ซึ่งยานั้นไม่มีผลเสียต่อกระเพาะอาหาร และอาหารไม่มีผลต่อยานั้น
-หลังอาหารทันที จะต้องรับประทานยานั้นหลังเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารทันทีเท่านั้น เนื้องจากยานั้นมีฤทธิ์กัดกร่อนผนังกระเพาะ
-หลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง การรับประทานยาเคลือบผนังกระเพาะอาหารหรือยาลดกรด เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ควรรับประทานหลังอาหารไปแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยานี้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีอาหารเป็นเครื่องกีดขวางการับประทานยาระบายแก้ท้องผูก ยานั้นจะออกฤทธิ์หลังจากรับประทานเข้าไปแล้ว 6-8 ชั่วโมง ดังนั้นหากต้องการให้เกิดการถ่ายอุจจาระในตอนเช้า จะต้องรับประทานยานี้ก่อนนอน การรับประทานยาแก้อาเจียน แก้ปวดท้อง มักนิยมให้รับประทานก่อนอาหารเป็นเวลาประมาณ 20-30 นาที เพื่อไม่ให้เกิดอาการเมื่อเริ่มรับประทานอาหารเข้าไปการรับประทานยาขับปัสสาวะ มักใช้ในโรคความดันโลหิตสูง เพื่อลดปริมาณน้ำในร่างกาย ซึ่งจะมีผลให้ความดันโลหิตลดลง นิยมให้มื้อเช้าหรือกลางวันเท่านั้น เนื่องจากถ้าให้มื้อเย็นจะทำให้คนไข้ต้องตื่นกลางดึกเพื่อลุกขึ้นมาปัสสาวะ